แฉ!! เว็บไซต์ติดตามข้อมูลคุณได้อย่างไร

การติดตามข้อมูลการใช้งานของผู้ใช้นั้น บางเว็บไซต์ได้กระทำการอย่างเงียบๆมานานแล้ว โดยที่พวกท่านไม่รู้ตัว เช่น ก่อนหน้านี้คุณได้เข้าไปยังเว็บไซต์ขายรถยี่ห้อหนึ่งเพื่อดูข้อมูล แต่ปรากฏว่า เงินคุณไม่พอ คุณก็เลยเปลี่ยนไปเข้าเว็บไซต์ที่ชื่อย่อ F เพื่อจะระบายความในใจให้เพื่อนๆทราบ แต่จู่ๆโฆษณาปล่อยเงินกู้ก็ปรากฏขึ้นมาซะงั้น เหมือนว่ามันจะรู้ว่าท่านไม่มีเงินด้วย (อายไหม!!) คำถามคือ มันรู้ได้ไงฟ่ะ และในบทความนี้เองก็จะมีคำตอบให้กับท่านแน่นอน

การติดตามข้อมูลผู้ใช้นั้น นับเป็นประโยชน์อย่างมากในเชิงธุรกิจการค้า โดยเฉพาะวงการโฆษณาที่สามารถสร้างเนื้อหาเชื่อมโยง และเหมาะสมกับผู้ใช้งาน

พวกเว็บไซต์พวกนี้จะรู้ว่า คุณเป็นใคร ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร กำลังมองหาอะไรอยู่ หรือแม้แต่คุณเคยไปไหนมา และคุณกำลังจะไปที่ไหนต่อ มันสามารถรู้ได้หมด

ทั้งนี้กระบวนการติดตามข้อมูลของเว็บไซต์พวกนี้ เท่าที่ผมทราบมีดังนี้

(หากใครรู้มากกว่านี้ก็สามารถช่วยเพิ่มเนื้อหาได้นะครับ)

1. หมายเลขไอพี (IP Addresses)

วิธีนี้ถือได้ว่าเป็นพื้นฐานของการติดตามข้อมูลการใช้งานในเบื้องต้นกันเลยทีเดียว โดยหมายเลขไอพีของคุณนั้นสามารถระบุถึงตัวคุณบนโลกอินเตอร์เน็ตได้ ไม่ว่าคุณจะเข้าไปเว็บไซต์อะไร จะไปโพสข้อความด่าใคร หรือจะไปโจมตีระบบใครก็ตาม หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องสามารถตามหาต้นตอถึงคุณได้แน่

ในการนี้ถ้าหากเว็บไซต์ต่างๆนำข้อมูลหมายเลขไอพีของคุณไปใช้ในการติดตาม สิ่งที่เว็บไซต์พวกนี้จะได้รับก็คือข้อมูลตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของคุณแบบหยาบๆ เช่น เว็บไซต์สามารรถรู้ได้ว่าคุณอยู่ที่เมืองอะไร ประเทศไหน เป็นต้น

ถึงกระนั้นหมายเลขไอพีก็สามารถเปลี่ยน หรือ ปลอมแปลง ได้เช่นกัน จึงไม่ใช่วิธีการติดตามที่ดีที่สุด แต่หากเอาข้อมูลในส่วนนี้ไปใช้ร่วมกับข้อมูลที่ได้จากวิธีอื่นๆ ก็นับว่ามีประโยชน์อย่างมากเช่นกัน

ตัวอย่างภาพป็อปอัพโฆษณาเว็บไซต์แห่งหนึ่ง ที่มันสามารถรู้ได้ว่าผมอาศัยอยู่บริเวณใด และมันก็จะพยายามดึงข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยงที่เกียวข้องขึ้นมาในบริเวณที่ใกล้เคียงกับผม โดยให้ผมโหวตคะแนนแต่ละสถานที่ ซึ่งเมื่อผมเผลอกดเข้าไป ก็จะถูกส่งไปยังเว็บไซต์ของมัน  พร้อมกับยื่นข้อเสนอขายสินค้าและบริการโดยทันที ฮ่าๆๆๆ (ติดกลับจนได้)


2. HTTP Referer

เมื่อคุณคลิ๊กลิงค์ใดๆก็ตาม เว็บเบาว์เซอร์(Web browser) จะทำการโหลดหน้าเว็บไซต์ที่ถูกคลิ๊ก และจะบอกข้อมูลให้กับเว็บไซต์ดังกล่าวทราบด้วยว่าคุณมาจากเว็บไซต์อะไร ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคุณคลิ๊กลิงค์ facebook.com จากเนื้อหาที่ผมโพสไว้ในเว็บไซต์ iDatabase Blog แล้ว เว็บไซต์ facebook.com จะเห็นที่ตั้งของเว็บไซต์ผม หรือ URL นั่นเอง ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะถูกเก็บไว้ในส่วนของเฮดเดอร์(header) ชื่อว่า HTTP Referer

อย่างที่ทราบกันแล้วว่า HTTP Referer จะเก็บข้อมูล URL หรือที่ตั้งของเว็บไซต์ที่ชมในปัจจุบัน และจะถูกส่งข้อมูลต่อไปเมื่อโหลดหน้าเว็บไซต์อื่น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดจากการใช้ประโยชน์จาก HTTP Referer คือ เว็บไซต์ที่คุณคลิ๊กเข้าไปสามารถรู้ได้เลยว่าคุณมาจากเว็บไซต์ไหน และเค้าสามารถสร้างเนื้อหาโฆษณาที่เหมาะสมกับคุณได้ทันทีทันใดเลย

ทั้งนี้อาจมีบ้างเว็บไซต์ใช้เว็บบั๊ก(Web Bugs) ซึ่งเป็นภาพกราฟฟิกขนาดเล็กที่มีข้อมูลบ่งชี้เฉพาะ ทำหน้าที่คล้ายคลึงกับคุกกี้ มีการใส่รหัสและวางอยู่บนหน้าเว็บ โดยจะใช้เพื่อติดตามรูปแบบการจราจรทางคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้เว็บไซต์จากหน้าหนึ่งไปยังอีกหน้าหนึ่ง เพื่อทำให้ทราบว่าท่านเข้าเว็บไซต์จากโฆษณาออนไลน์ที่ปรากฎในเว็บไซต์บุคคลอื่นหรือไม่ และเพื่อปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ ทั้งนี้อาจทำให้เว็บไซต์ทราบว่าอีเมล์ใดที่ผู้รับเปิดอ่าน และเพื่อติดตามการจราจรทางคอมพิวเตอร์ของผู้เข้าเยี่ยมชมและการดำเนินการต่างๆ ในเว็บไซต์ได้อีกด้วย

3. คุ๊กกี้(Cookies)

คุ๊กกี้คือไฟล์ข้อมูลเล็กๆที่เว็บไซต์สร้างขึ้นและจัดเก็บไว้ในเว็บเบาวเซอร์ของคุณ ซึ่งคุ๊กกี้นั้นสามารถเอาไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคุณล็อกอินเข้าสู่ระบบ แล้วจู่ๆ คุณก็ปิดหน้าเว็บไซต์นั้นลงไป เมื่อคุณเปิดหน้าเว็บไซต์กลับขึ้นมาใหม่ คุณก็ไม่จำเป็นจะต้องล็อกอินเข้าสู่ระบบทุกครั้ง เป็นต้น

นอกจากนี้คุ๊กกี้ยังสามารถระบุตัวคุณและติดตามกิจกรรมการท่องเว็บไซต์ของคุณได้อีกด้วย แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นปัญหาที่ใหญ่อะไร เพราะบางเว็บไซต์มีเจตนาที่จะนำข้อมูลของคุณไปใช้ในการปรับแต่งระบบของเว็บไซต์ให้ใช้งานได้สะดวก และง่ายยิ่งขึ้นเท่านั้นเอง (จริงๆนะ เค้าไม่ได้มีเจตนาคิดร้ายกับตัวเธอนะ —- หรอ ?)

แต่ทั้งนี้ก็ยังมีบางเว็บไซต์นำข้อมูลที่ได้จากคุ๊กกี้ไปขายต่อให้กับเว็บไซต์พวกโฆษณา เพื่อให้จัดหาโฆษณาที่เหมาะสมกับตัวคุณ และพยายามหาช่องทางนำโฆษณานั้นมาถึงตัวคุณให้ได้ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับจรรยาบรรณของเจ้าของเว็บไซต์แล้วล่ะ

4. User Agent

เว็บเบาวเซอร์ของคุณนั้น จะมีการส่งค่าข้อมูล user agent ไปให้กับเว็บไซต์ทุกครั้งที่คุณเรียกหน้าเว็บไซต์นั้นขึ้นมา ซึ่งมันจะบอกเว็บไซต์นั้นว่า คุณใช้เว็บเบาวเซอร์ และระบบปฏิบัติการอะไร แน่นอนว่าข้อมูลในส่วนนี้เมื่อเว็บไซต์ได้รับแล้ว ก็สามารถนำไปสร้างเนื้อหาโฆษณา และสามารถกำหนดเป้าหมายโฆษณาได้

ตัวอย่าง User Agent ที่มักจะพบ

5.ข้อมูลพื้นฐานของคอมพิวเตอร์

ณ ปัจจุบันนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เว็บไซต์สามารถทราบถึงข้อมูล ระบบปฏิบัติที่คุณใช้อยู่ รวมไปถึง ข้อมูลเวอร์ชันของเว็บเบาวเซอร์, ปลั๊กอินที่ถูกติดตั้ง, ขนาดของหน้าจอที่คุณใช้, ฟอร์ท(fonts) ที่คุณติดติ้ง, เขตเวลา(time zone)ของคุณ, และข้อมูลอื่นๆอีกมากมาย

เว็บไซต์ panopticlick ของ Electronic Frontier Foundation ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของเว็บไซต์ที่จะแสดงข้อมูลการใช้งานของคุณ โดยให้คุณเข้าไปที่เว็บไซต์ https://panopticlick.eff.org/ แล้วคลิ๊กที่วงกลมที่มีข้อความ TESE ME ดังภาพ

ท้ายสุดหากคุณต้องการท่องเว็บไซต์แบบบุคคลนิรนาม(แบบว่าไม่อยากให้ระบบรู้ว่าคุณเป็นใคร )

แนะนำให้ลองหาเครื่องมืออย่าง Tor Browser Bundle มาใช้งานดูนะครับ จบข่าว

CategoriesUncategorized

Leave a Reply

Your email address will not be published.